ไส้ฉันหาย

posted on 22 Nov 2007 22:09 by kanyatas in Law

เมื่อครั้งที่ผ่านมาเราคุยกันเรื่องการจัดการงานนอกสั่ง กรณีสิ่งของคือ หลังคาบ้าน
แต่ครั้งนี้เรามาพูดกันถึงกรณีของอวัยวะภายในร่างกายเราดีไหมคะ!
ถ้ามีคนเข้ามาทำอะไร โดยเราไม่อนุญาตจะได้ไหม?

เรื่องมีอยู่ว่า.....

    สมศรี ภรรยาของสมชายผู้มากด้วยปัญหา ถูกนำส่งโรงพยาบาลกลางดึก เพราะเธอ
มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง

    หมอเข้ามาตรวจแล้วพบว่า ไส้ติ่งแตกต้องทำการผ่าตัดและล้างท้องอย่างเร่งด่วน
จากนั้นก็ให้พยาบาลเอาเอกสารมาให้สมศรีเซ็น เพื่อเป็นการขออนุญาตให้ผ่าตัดไส้ติ่ง
และแล้วก็เข็นสมศรีขึ้นเขียง.. เอ้ย! ขึ้นเตียงผ่าตัด

    รุ่งเช้า สมศรีตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย เนื่องจากผลของยาสลบ ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพยาบาลเอาชิ้นเนื้อที่ตัดออกมาให้ดู  ปรากฏว่า...หมอตัดปลายลำไส้ใหญ่ของเธอออกมาด้วย...เล่นเอาสมศรีตาสว่างเลย เอะอะโวยวายเสียงดัง  ขณะที่เธอกำลังโวยวายอยู่นั้น.....หมอได้เดินเข้า.....แล้วบอกกับสมศรีว่า..ขณะที่กำลังล้างท้อง เพราะไส้ติ่งแตกอยู่นั้นปรากฏพบว่าปลายลำไส้ใหญ่มีอาการผิดปกติ  เมื่อตรวจอย่างละเอียดแล้วจึงพบว่าเป็นเนื้อร้าย  หมอจึงทำการตัดปลายลำไส้ใหญ่ออก

    สมศรี.. ถึงกับอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก ไม่ทันที่สมศรีจะพูดอะไรต่อ  พยาบาลได้เดินเข้ามาพร้อมทั้งส่งใบค่าใช้จ่ายให้กับสมศรี ค่าผ่าตัดไส้ติ่ง 2 หมื่นบาท...ค่าผ่าตัดปลายลำไส้ใหญ่ 4 หมื่นบาท รวมค่าห้อง ค่ายา ค่าบริการต่างแล้ว เบ็ดเสร็จ 1 แสนบาทถ้วน

( เอิ๊กๆๆ ซวยอีกแล้วสมศรี เสียลำไส้ใหญ่ไปท่อนหนึ่งแล้ว ยังต้องเสียเงินอีก 1 แสนบาท สมศรีจะยอมได้อย่างไร? อย่างนี้ต้องฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย  ที่หมอตัดลำไส้ใหญ่ของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต)

(โอ้ย..คราวนี้ถึงคราวซวยของหมอบ้างแล้วซิ  ถูกสมศรีฟ้องร้อง )

    ปกติเวลาผ่าตัดคนไข้หมอจะต้องให้คนไข้หรือญาตเซ็นยินยอมหรืออนุญาตให้ผ่าตัดก่อนถึงจะผ่าตัดได้  ถ้าคนไข้ไม่อนุญาต แล้วทำไปโดยพลการ  ผิดกฎหมายนะคะ!
กรณีนี้ สมศรีเซ็นอนุญาตให้ผ่าตัดเฉพาะไส้ติ่ง ไม่ได้อนุญาตให้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่ หมอทำโดยพลการ ทำให้เธอเสียหาย เสียอวัยวะสำคัญในร่างกายไป ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท

    หมอก็ไม่ยอมเช่นกันคะ ฟ้องสมศรีเรียกค่าผ่าตัด 1 แสนบาท ฟ้องกันไปก็ฟ้องกันมา

::: ทายซิคะว่าใครจะได้รับชัยชนะ :::

คดีนี้เมื่อเรื่องขึ้นสู่ศาล....
สมศรีแถลงต่อศาลว่า....
เธออนุญาตให้หมอทำการผ่าตัดไส้ติ่งเท่านั้น ไม่ได้อนุญาตให้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่  แต่หมอตัดลำไส้ของเธอทิ้งโดยพลการ...จึงทำให้ชีวิตของเธอไม่เป็นปกติ ทุกข์ยากเดือดร้อนหมอและโรงพยาบาลจะต้องรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น

หมอให้การว่า....
ผมทำไปเพราะความปราถนาดี ทำเพื่อช่วยชวิตของคุณสมศรี คุณอนุญาตให้หมอผ่าตัด
เฉพาะไส้ติ่งก็จริง แต่เมื่อผ่าแล้ว พบว่า..คุณมีเนื้อร้ายเป็นมะเร็ง   หมอจึงต้องตัดออก

สมศรีแถลงต่อว่า....
นี่มันชีวิตของฉัน...... ร่างกายของฉัน..... อวัยวะก็ของฉัน...
ฉันควรมีสิทธิ์เลือกว่า....ฉันควรจะเอามะเร็งไว้หรือเอาลำไส้ทิ้ง  หมอครวจะต้องถาม
คนไข้ก่อนให้อนุญาตก่อน แล้งจึงตัดทิ้ง เพราะนี่มันเกี่ยวข้องกับชีวิตคนหมอตัดสินใจ
แทนไม่ได้

หมอให้การต่อว่า....
หมอรอไม่ได้ ถ้าหมอไม่รีบตัดออก เซลล์มะเร็งมันจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และเป็นอันตรายถึงชีวิตหมอรีบผ่าตัดลำไส้ใหญ่ออก เพื่อตัดเนื้อร้ายทิ้งไม่ให้มันลุกลาม ถึงแม้หมอทำโดยไม่ได้ขออนุญาตคุณก่อน แต่หมอทำเพื่อรักษาชีวิตคุณ

(ทุกคนมีเหตุผลคะ  ชีวิตของเขาจะอยู่หรือจะตาย หรือจะตัดอะไรทิ้ง เขาควรมีสิทธิ์
เลือกเองคนอื่นไม่เกี่ยว เพราะพอชีวิตเขาเดือดร้อน หมอไม่ได้เดือดร้อนไปกับเขาด้วย
นึกอยากตัดอะไรก็ตัดได้ตามใจหมอ ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่ต้นไม้ นึกอยากตัดก็ตัด นึกอยาก
ต่อก็ต่อ ต้องเคารพสิทธิ์กันบ้าง)

ศาลพิเคราะห์จากหลักฐานแล้วได้ความว่า....
โจทก์(สมศรี) อนุญาตให้จำเลย(หมอ)ผ่าตัดเฉพาะไส้ติ่งออก.. แต่จำเลยได้ตัดปลายลำไส้ใหญ่ส่วนหนึ่งออกโดยพลการ  โดยไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบก่อน  ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อน
การกระทำของจำเลย...เป็นการจัดการงานนอกสั่ง  แต่เนื่องจากจำเลยพบว่า..ลำไส้ใหญ่ของโจทก์มีเนื้อร้าย ถ้าไม่รีบตัดออก จะทำให้เชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และอาจถึงแก่ชีวิตได้
การกระทำของจำเลย...แม้เป็นการกระทำโดยพลการ แต่ทำไปเพื่อช่วยชีวิตโจทก์....
การจัดการของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับประโยชน์และสมประโยชน์

จึงพิพากษาให้......
โจทก์(สมศรี) จ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่จำเลย เป็นเงิน 1 แสนบาท

หมายเหตุ  เรื่องอวัยวะในร่างกาย ก็เข้าข่ายการจัดการงานนอกสั่ง เหมือนกันนะคะ !!!!

 

Comment

Comment:

Tweet

Good essay thesis about this good topic made by thesis service or dissertation writing must be a really good step to the success.

#12 By thesis service (91.212.226.136) on 2012-01-08 22:15

I suppose, it’s good stuff just about this good topic. You should buy essays and buy a term paper at the essay writing service.

#11 By buy an essay (31.184.236.16) on 2011-12-15 13:30

It is not a high time to waste it! Find trustworthy service and ask: " write my papers " there.

#10 By custom papers (193.105.210.41) on 2011-11-29 10:52

Every body knows that today's life is not very cheap, however some people require money for different issues and not every person earns enough cash. Hence to get quick <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/mortgage-loans">mortgage loans</a> and just short term loan would be good solution.

#9 By DuffyKERRI (91.212.226.143) on 2011-11-18 14:27

#8 By elisabeth constantine (74.208.8.48) on 2010-10-13 11:15

ยังไงก็เสียอยู่ดีนะค่ะ

#7 By แตง (222.123.171.186) on 2007-11-28 11:44

จริงๆแล้ว จากกรณีตัวอย่างนี้คงไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินหรอกค่ะว่าจะถูกหรือแพง คงเป็นการหยิบยกขึ้นมาให้เห็นถึงการที่หมอสามารถกระทำการใดๆได้ถ้าเห็นว่าสิ่งนั้นจะช่วยชีวิตเราได้ และเป็นประโยชน์ต่อตัวเรา ที่สำคัญเราต้องเซ็นยินยอมก่อนนะค่ะ ส่วนค่ารักษานั้นก้อไม่ควรแพงจนเกินความเป็นจริง!!!sad smile

#6 By ~o Uriko o~ on 2007-11-23 22:21

นับถือหมออะ...

#5 By น้องละอ่อน on 2007-11-23 09:12

ถ้าหมอตัดแล้วไม่คิดเงินเพิ่ม
เรื่องคงจะเปี๊ยนไป๋นะเนี่ย
บอกไม่ถูกแฮะ เพราะมันแพ๊งแพง~

#4 By Seiz on 2007-11-23 02:10

ก็เสียตัง....อยู่ดี.............ถ้าไม่มีจ่ายขึ้นมาทำไง...

#3 By จันทร์ฉาย on 2007-11-23 00:55

โห...เสียซะงั้น ความจริง เราว่าต่อให้เป็นจริงก็น่าจะมีการสอบถามก่อนนะคะ เคยเจอเหมือนค่ะกัน ผ่าคลอดแล้วหมอตัดไส้ติ่งด้วย (ด้วยความหวังดีรึเปล่า?) แล้วก็เสียตังค์เพิ่ม จบ sad smile

#2 By Revamp on 2007-11-23 00:50

จริงเหรอเนี่ย... แล้วถ้าเกิดโจทก์ไม่มีเงินล่ะ?

#1 By ++ r o s i f i x ++ on 2007-11-23 00:05