หลังคาเป็นเหตุ...

posted on 21 Nov 2007 00:27 by kanyatas in Law

 เหตุการณ์นี้เกิดจากข้อกรณีพิพาทระหว่างเจ้าของบ้านกับเพื่อนบ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านที่แสนดีเอื้ออาทรซะจนเกิดเหตุ(จะเรียกว่า สาระแน หรือ สอ.ใส่.เกือก ดี 555)

เรื่องมีอยู่ว่า...

สมชาย กับ สมศรี 2 สามีภรรยา ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อตจนทำยอดขายทะลุเป้า
ให้กับบริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง  บริษัทจึงให้ผลตอบแทนด้วยการพาไปเที่ยวต่างประเทศ
แก่ทั้ง2คน เป็นรางวัลพิเศษ ไปเที่ยวออสเตรเลีย 1 สัปดาห์

2 สามีภรรยาดีใจมาก เมื่อรู้ว่าจะได้ไปก็เลยนำสัตว์เลี้ยงไปฝากไว้บ้านญาติๆกัน  เอารถยนต์
2 คัน ไปฝากไว้บ้านแม่   บอกยามหน้าหมู่บ้านให้ช่วยตรวจตราดูแล้วด้วยในช่วงที่ไปต่าง
ประเทศ

วันเดินทาง 2 สามีภรรยา ปิดน้ำ ปิดไฟ ปิดประตู ล็อกกุญแจบ้านเป็นอย่างดี แล้วออกจากบ้าน
ไปสนามบินสุวรรณเวหา ...ขึ้นเครื่องบินไปออสเตรเลีย ด้วยความชุ่มชื่นหัวใจ

ผ่านไปวันแรก วันที่สอง...ไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น
วันที่สามซิคะ ประเทศไทยโดนพายุโซนร้อนถล่ม  ทั้งลม ทั้งฝน กระหน่ำสะจนไม่ลืมหูลืมตาพัดเอากระเบื้องมุงหลังคาของ 2 สามีภรรยา(สมชายกับสมศรี) ปลิวหายแตกหักไปเสียหลายสิบแผ่น (ซวยล่ะซิคะ!!!  สมชายกับสมศรี อยู่ต่างประเทศ หลังคาเสียหายแบบนี้ จะทำยังไงดีล่ะ?)

เรื่องไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดคะ.....
เมื่อลุงสมคิด ข้าราชการบำนาญ เพื่อนบ้านที่แสนดีอยู่บ้านติดกับ2สามีภรรยานั้น เป็นคนใจบุญสุนทาน มีเมตตา โอบอ้อมอารี  เมื่อเห็นกระเบื้องมุงหลังคาบ้านของสมชายปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา ก็เลยปีนหลังคาขึ้นไปดู.... จนพบว่า หนังสือ เอกสารต่างๆที่เกี่ยวกับการขาย และสินค้า
เต็มบ้านไปหมดเลย  ขืนทิ้งปล่อยไว้แบบนี้ ถ้าฝนรั่วลงมา ของทุกอย่างในบ้านต้องเกิดความเสียหายหมดแน่ๆ

ลุงสมคิดที่แสนดี จึงรีบติดต่อให้ช่างมาซ่อมหลังคาบ้านให้เป็นที่เรียบร้อย ช่างคิดค่าซ่อมแซม8500.- บาท ลุงสมคิดก็เลยควักเงินตัวเอง จ่ายไปให้ก่อน (ลุงสมคิดนี่...น้ำใจแกสุดประเสริฐจริงๆ) 

ระหว่างซ่อมแซมหลังคาบ้านยังไม่ทันช่างจะกลับเลย ลมพายุก็พัดกระหน่ำมาอีก ต้นไม้ที่ปลูกไว้ข้างๆบ้าน เกิดเอียงไปพิงพาดกำแพงบ้านของสมชายเข้าอีก

ลุงสมคิดแกก็ตกใจ!! ถ้าขืนปล่อยไว้ลมกระโชกมาอีกรอบหนึ่ง  ต้นไม้ต้นมหึมาได้ล้มใส่บ้านอันแสนสวยของสมชายพังทั้งหลังแน่ๆ

ลุงสมคิดจึงระดมคนงานที่มีอยู่ทั้งหมดช่วยกันตัด ช่วยกันโค่นต้นไม้ต้นนั้น เพื่อไม่ให้ล้มใส่บ้านในที่สุดก็สำเร็จ บ้านของสมชายปลอดภัยพ้นจากความพินาศเสียหาย

แต่ลุงสมคิดต้องควักเงินในกระเป๋าตัวเองจ่ายค่าคนงานที่มาช่วยตัดต้นไม้ไปอีก 1500.- บาท

ครบ 1 สัปดาห์ผ่านพ้นไป 2 สามีภรรยา สมชายกับสมศรีเดินทางกลับจากออสเตรเลีย พายุฝนเงียบสงบ ทั้ง2คนเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณเวหา...ด้วยสีหน้าสดชื่นแจ่มใส เหมือนได้ไปฮันนี่มูนกลับมา

พอกลับมาถึงบ้าน  ลุงสมคิดยืนยิ้มต้อนรับ 2 สามีภรรยา อยู่หน้าบ้าน ถามถึงข่าวคราวว่าเป็นไงบ้างเที่ยวสนุกกันไหม...2 สามีภรรยาเล่าอย่างสนุกสนาน พูดไปหัวเราะกันไป พร้อมทั้งหยิบของฝากจากกระเป๋าเดินทางเป็นพวงกุญแจรูปจิงโจ้มาฝากลุงสมคิดด้วย

ลุงสมคิดก็ยิ้มรับของไว้ แล้วกล่าวขอบคุณ... พร้อมทั้งส่งใบเสร็จ..ค่าซ่อมแซมบ้านและค่าคนงานที่มาช่วยตัดต้นไม้ให้ รวมทั้งสิ้น 10,000.- บาท

สมชาย ...งง.. ค่าอะไรลุง!! ซ่อมอะไรตั้ง 10,000.- บาท (ไม่รู้เรื่อง ..ไม่ได้สั่ง...ไม่จ่ายยยย...)ซวยเลยลุงสมคิด

สมชายบอกว่า... " ผมไม่ได้สั่งให้ลุงทำ...ลุงทำเอง..จะให้ผมจ่ายได้ยังไง?... ถ้าผมสั่งลุงซิผมจะจ่าย แต่นี่ผมไม่ได้สั่ง เพราะฉะนั้น....ผมไม่จ่าย "

ลุงสมคิดบอกว่า... " นี่ถ้าลุงไม่ซ่อมให้ ข้าวของในบ้านจะเสียหายหมดนะ และถ้าลุงไม่ตัดต้นไม้ให้ ต้นไม้ก็จะล้มทับบ้านของสมชาย ความเสียหายมันจะมากกว่านี้อีกหลายสิบเท่านะ นี่เพราะลุงรักสมชาย ลุงปรารถนาดีกับสมชายนะ ถึงได้ทำให้.... "

สมชายตอบกลับไปว่า.... " ผมไม่รู้ ผมไม่ได้สั่ง  ผมไม่จ่ายยย ลุงออกไปจากบ้านผมเลย  บอกว่าไม่จ่ายไม่จ่าย  ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือ  อยากได้ลุงไปฟ้องศาลเอา เข้าใจ? "

(โอ้..ไอ้คุณสมชายมันเลวววจริงๆๆ ทำไมช่างทำกับลุงได้  ลุงสมคิดเป็นข้าราชการบำนาญเงินเดือนก็ไม่กี่ตังค์ เอาไปซ่อมบ้านให้เจ้าสมชายเกือบหมด แล้วเดือนนี้จะเอาอะไรกินกัน... หวาาา)

ลุงสมคิดตัดสินใจจ้างทนายฟ้อง  แล้วลุงสมคิดจะได้เงินคิดไหมเอ่ย?

======================= 

เรื่องนี้พอขึ้นสู่ขบวนการของศาลยุติธรรม...
ลุงสมคิดแถลงต่อศาลว่า....
มีลมพายุมา พัดเอากระเบื้องมุงหลังคาบ้านของคุณสมชาย ปลิวหายและเสียหายไป 23 แผ่น
แกเกรงว่า ถ้าฝนตกหลังคาเกิดรั่วขึ้นมา ของภายในบ้านจะเสียหายหมด...ก็เลยจ้างช่างมาซ่อมแซมหลังคาบ้านให้

สมชายแย้งขึ้นว่า...
ผมไม่ได้สั่ง คุณลุงมาจัดการทำไมกัน..?

ลุงสมคิดแถลงต่อศาลต่อว่า....
พายุมา  แล้วฝนก็กำลังตก ถ้าผมไม่รีบจัดการซ่อมหลังคาให้  เมื่อฝนตกทรัพย์สินในบ้านจะเสียหายมากกว่าเงินที่ผมจ่ายซ่อมหลังคาอีกนะ

สมชายแย้งขึ้นว่า...
มันบ้านของผม มันจะเปียก จะเสียหายยังไง มันก็เรื่องของผม คุณเข้ามา สอใส่เกือก ทำไม?

ลุงสมคิดแถลงต่อศาลต่อว่า....
ส่วนต้นไม้ มันก็กำลังจะล้มใส่บ้าน ถ้าผมไม่รีบจ้างคนมาตัด มันจะล้มใส่บ้านพังทั้งหลัง
เสียหายมากกว่านี้อีกเยอะ

สมชายแย้งขึ้นว่า....
มันบ้านของผม มันจะพังเสียหายยังไง ผมจัดการเองได้ คุณไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมา สอใส่เกือก..

ลุงสมคิดแถลงต่อศาลต่อว่า....
ผมทำประโยชน์ให้คุณ จัดการดูแลบ้านให้คุณเสียเงินแค่ 10,000.- บาทเท่านั้นเอง ถ้าผมไม่จัดการดูแลให้...บ้านคุณจะเสียหายหลายแสนบาท..  ผมไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก ขอแค่..ค่าซ่อมแซม 10,000.- บาท คืนเท่านั้นก็พอแล้ว

สมชายแย้งขึ้นว่า...
ลุงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ? ผมบอกว่า..ผมไม่ได้สั่งให้ทำ...ลุงสาระแนเอง  เพราะฉะนั้นผมไม่จ่าย..ผมไม่มีเงินถ้าลุงอยากได้ มาขนเอากระเบื้องของลุงคืนไป  เข้าใจไหม? แล้วถ้าวันนี้ผมจ่ายให้ลุงไป 10,000 บาท วันหน้าลุงมาทำอย่างอื่นโดยที่ผมไม่ได้สั่งอีก แล้วเรียกเก็บเงินผม 100,000 บาท...ผมจะไปเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้ลุงล่ะ

( อืม...ฟังดูต่างคนต่างมีเหตุผล รับฟังได้ทั้งคู่ใช่ไหมคะคนหนึ่งทำให้เพราะหวังดี  อีกคนบอกว่า ผมไม่ได้สั่งให้ทำ ถ้าผมสั่ง ผมจะจ่าย แต่นี่ผมไม่ได้สั่ง จะให้ผมจ่ายได้ยังไง?..ไม่งั้นใครนึกจะทำอะไร จะต่อเติม ซ่อมแซมอะไร มันก็ไม่ต้องมาขออนุญาต..ไม่ต้องจ่ายกันแย่หรอกหรือคะ )

แล้วคดีนี้ศาลตัดสินว่ายังไงทราบไหมคะ ?

=======================  

ศาลตัดสินว่า..
โจทก์ คือ ลุงสมคิด ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของจำเลยคือสมชาย  ในขณะที่สมชายไม่อยู่บ้าน เกิดมีพายุพัดกระเบื้องมุงหลังคาปลิวเสียหาย โจทก์เห็นว่า...จำเลยไม่อยู่บ้าน ไม่อยู่ในวิสัยที่จะแก้ปัญหาได้ โจทก์มีเจตนาดี..คิดว่าถ้ารีบไม่ซ่อมแซม กลัวว่าบ้านของจำเลยจะได้รับความเสียหาย จึงดำเนินการซ่อมแซมบ้านและตัดต้นไม้ให้

การกระทำของโจทก์..ทำไปโดยที่จำเลยไม่ได้สั่ง เป็นการจัดการงานนอกสั่ง  แต่เมื่อโจทก์เข้าไปจัดการแล้วจำเลยได้ประโยชน์ และสมประโยชน์ กับค่าใช้จ่ายที่เสียไป

พิพากษาให้.....
จำเลย..จ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้านและตัดต้นไม้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 10,000.- บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยและค่าทนายความ

(มีคนถามว่า ไม่ได้สั่งให้ทำ แล้วต้องจ่ายด้วยหรือคะ ?)

ศาลอธิบายว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของการจัดการงานนอกคำสั่งหมายความว่าเขาไม่ได้สั่ง แล้วคุณเข้าไปจัดการ เพราะรู้ว่าถ้าคุณไม่เข้าไปจัดการ จะทำให้เกิดความเสียหาย สูญเสีย หรือเดือดร้อนแต่เมื่อคุณได้เข้าไปจัดการแล้ว..เจ้าของบ้านได้ประโยชน์ สมประโยชน์ กับค่าใช้จ่ายที่เสียไป

สมชาย จึงต้องจ่ายเงิน 10,000.- บาท ให้กับลุงสมคิด

 

Tags: law 3 Comments

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องนี้ถ้าเป็นประโยชน์กับผู้ที่ทำให้แล้ว ก็เห็นควรที่ศาลจะตัดสินดังนี้ครับ

คนมีน้ำใจมีน้อย แต่คนใจแคบมีเยอะกว่า
ดีที่ศาลเข้าใจและวินิจฉัยอย่างเข้าใจ

#3 By กระเบื้องว่าว (202.91.19.192) on 2008-04-28 03:04

ขำด้วย ได้ความรู้ด้วย อิอิ ชอบconfused smile

#2 By Hell_Angel on 2007-11-22 00:48

ขำค่ะ

http://www.clipv.com

#1 By นานา (117.47.5.165) on 2007-11-21 22:51